2005/Dec/06

หายไปซะนานกับบ้านหลังนี้

จริงๆแล้ว เพราะว่า มีบ้านอีกหลังอยู่ที่ diaryis แต่วันนี้ diaryis ไม่รู้เป็นอะไร เปิดไม่ได้เลย พี่ฮันท์ หรือชาวไดอีส ถ้าใครผ่านไปผ่านมา รบกวนช่วยบอกทีว่าเกิดอะไรขึ้นนะคะ

ช่วงนี้จิตใจฟื้นฟู ดีขึ้นเป็นลำดับ (หลังจากมันดาวน์มาเป็นระยะเวลาเกือบสองเดือน) ช่วงนี้ได้รับการลงซอฟแวร์ตัวใหม่ๆ และทำการอัพแรมเรียบร้อย ทำให้ไม่เกิดอาการแฮงค์อีก

555 ใจคนนะ ไม่ใช่คอม

ตอนนี้ไม่อยากพูดอะไร พูดแล้วน้ำตาไหลแน่ๆ

แต่อยากยิ้มค่ะ

^_____________________^

2005/Sep/30

นานแล้วสินะ ที่ไม่ได้รู้สึกถึงการรอคอย

1.

ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ การเขียนไดอารี่ออนไลน์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉันไป โดยที่ฉันเองก็ไม่รู้ตัว
นับสิบนับร้อยครั้ง ที่ฉันได้ไดอารี่ออนไลน์มาเป็น "พลัง" ที่ผลักให้ฉันก้าวต่อไป
และนับสิบนับร้อยครั้งเช่นกันที่ไดอารี่กลายเป็น "ยา" รักษาแผลในใจของฉันให้ทุเลาเบาบาง

2.

วันที่เจ็บกับความรัก
วันที่ท้อกับชีวิต
วันที่อะไรๆ ก็ไม่เป็นไปดั่งหวัง
วันที่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตนี้
ทุกสิ่งอยู่ใน "ข้อความ" ที่ฉันบันทึกลงบนหน้ากระดาษอิเล็กทรอนิกส์

และเมื่อวันใหม่มาถึง ทุกครั้งฉันจะรู้ว่า มีคนเข้าใจฉันแล้ว

3.

ฉันอาจจะเป็นแค่ผู้หญิง "แปลกๆ" ในสายตาของใครหลายคน
แต่ฉันรู้ว่า มีที่หนึ่งที่จะมีคนเข้าใจฉันเสมอ

แค่นั้นมันก็อุ่นใจแล้วไม่ใช่หรือไง?
แค่รู้ว่ามีคนเข้าใจอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกนี้
แค่รู้ว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

แค่นี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง?

4.

นึกย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
ชีวิตที่เกือบจะเหมือนเดิมทุกวัน
ตื่นแต่เช้า ไปโรงเรียน เพื่อกระดาษหนึ่งใบ

แต่ก็ไม่รู้ทำไม กระดาษใบนั้น กว่าจะได้มาเหนื่อยแทบตาย

5.

วันที่เกิดเรื่องราวอะไรขึ้นมา
หรือแม้แต่วันที่ไม่มีอะไรเลย
ทุกครั้งที่กลับมาถึง "บ้าน"

กลับมาถึงที่ที่อุ่นใจ
ฉันจะวางทุกอย่างแล้วบันทึกสิ่งที่ได้ทำมา

ด้วยการเปิดประตู "บ้าน" อีกหลังหนึ่ง
ที่ถึงตอนนี้จะกำลังซ่อมแซมอยู่ แต่ก็ไม่ทำให้ฉันหวาดกลัว

เพราะ "บ้านหลังใหม่" ของฉันที่นี่
มีความอบอุ่นไม่แพ้บ้านหลังเดิมเลย

6.

ทุกวัน ฉันจะรอ "ความคิด" แรกของวัน
รอคนที่จะเป็น "คนแรก" ที่ได้เห็น "ความคิด" ของฉัน

บ่อยๆที่ไม่ใช่ความคิดที่ตรงกัน
บ่อยๆที่ไม่ใช่ความคิดที่ให้กำลังใจ

แต่กระนั้น ก็ยังเป็น "สิ่งมีค่า" ของฉันอยู่นั่นเอง

7.

ทุกวันที่อยู่มาได้ เพราะรู้ว่าที่ไหนสักแห่ง

ยังมีคนเข้าใจ มีคนห่วงใย และคอยรับรู้ความเป็นไปของฉันอยู่

ไม่ใช่แค่ "พ่อแม่" ไม่ใช่แค่ "ครอบครัว"
แต่ยังมีอีกหลายคนที่รอจะรับรู้ความเป็นไปของฉัน

และพร้อมจะรับ หากฉันล้มลงไป

8.

วันนี้ ฉันตื่นขึ้นมา พร้อมรู้สึกว่า

"ฉันมีสิ่งที่ต้องทำ"

อบอุ่นในใจลึกๆว่า ในโลกกว้างที่โหดร้าย
ยังมีที่รอให้ฉันกลับไป
ยังมี"ที่" ของฉันอยู่เสมอ

9.

"สิ่งที่ต้องทำ"

คือการมาที่นี่ รับรู้ความคิดของทุกคน
มารับกำลังใจให้เดินต่อไปในวันนี้ได้

"ดีใจจังที่ตัดสินใจมาที่นี่"

นี่เป็นครั้งแรก แต่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ฉันบอกตัวเองอย่างนี้

10.

ขอบคุณ ไดอารี่ฮับ และ ฮับบิสท์ทุกคน
ยืนยันว่าจะไม่ไปไหน จะรอจนกว่า"บ้าน" หลังเก่าจะกลับมา

แต่ตอนนี้ ณ วันนี้ เวลานี้
ที่นี่ก็กลายเป็น "บ้าน" อีกหลังของฉันไปแล้วเช่นกัน

ขอบคุณ exteen ที่ให้ฉันได้มี "พื้นที่" ในบ้านหลังนี้
ขอบคุณ สำหรับสิ่งดีๆ ที่ฉันจะได้พบจากที่นี่ต่อไป

ขอบคุณทุกคน ที่มาที่นี่
ขอบคุณจริงๆ

แม่ลิลลี่

30 กันยายน 2548 : 12.01

2005/Sep/29

9.35 น. หอป๋วย ธรรมศาสตร์รังสิต

1.

ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตจะจบลงเมื่อไร จะได้หัวเราะร้องไห้ไปอีกนานแค่ไหน

อะไรคือสิ่งที่สำคัญหว่า ระหว่าง ชีวิต กับจิตใจ
สำหรับฉัน ฉันว่า สำคัญทั้งสองอย่าง

มีชีวิตที่ไร้จิตใจ จะอยู่ไปเพื่ออะไร
แล้วมีจิตใจ ที่ไร้ชีวิต จะเรียกว่าอะไร?

2.

หัวเราะ ยิ้มแย้ม ร้องไห้
กินข้าว ดูหนัง ร้องเพลง
กอดคอกันร้องไห้ กอดคอกันสอบได้
กอดคอกันสอบตก

สิ่งเหล่านี้ทำไปเพื่ออะไร?
สำหรับหลายคน มันคือ "มิตรภาพ"
สำหรับหลายคน มันคือ "ความสุข"
สำหรับหลายคน มันคือ "การหลอกลวง"

แต่สำหรับฉัน มันคือ "การถมเต็ม" ช่องว่าง
ที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดมาเมื่อไร

3.

ใครบางคนบอกไว้ว่า ทุกคนล้วนมี "ช่องว่าง"
บางคนมีที่มือ บางคนมีที่ขา บางคนมีที่หัว
ที่โชคร้ายหน่อยก็มีที่ "หัวใจ"

ฉันคงเป็นคนโชคร้ายแล้วสินะ ...

4.

9.55 ห้องมัลติมีเดียร์ หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธรรมศาสตร์ รังสิต

ฉันรักธรรมศาสตร์ ไม่ใช่เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน
แต่เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉัน "รัก" ในสิ่งที่ฉันเป็น

5.

เขาว่ากันว่าที่นี่เป็นที่ที่มี "เสรีภาพ"

แต่ "เสรีภาพ" กลายเป็นสิ่งผูกมัด และแรงผลัก ให้ฉันห่างจากสังคม

"ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึง มาหา ความหมาย
หวังได้ อะไร มากมาย
แต่สุดท้าย ให้กระดาษ ฉันใบเดียว"

ไม่หรอก ฉันว่า มันมีอะไรมากมายกว่าจะได้ "กระดาษ" ใบนั้นมา
ที่สำคัญคือ "ความหมายแฝง" ของกระดาษใบนั้นต่างหาก

6.

ฉันไม่ได้อยากได้ "กระดาษ" ใบนั้นเท่าไหร่
ฉันแค่อยากได้ "ความหมายแฝง" ที่อยู่ในนั้น

ฉันแค่อยากได้ "ปริญญา" อีกใบ

ปริญญา ที่เขาเรียกกันว่า "ปริญญาชีวิต"

7.

เอาเถอะ ถึงฉันจะมี "ช่องว่าง" ของคนโชคร้าย

บางทีถ้าฉันยอมรับ ฉันอาจจะถมช่องว่างนั้นให้เต็มได้

บางที ถ้าเป็นที่นี่ ที่ธรรมศาสตร์แห่งนี้

ฉันอาจจะรู้ความหมายของการเติมเต็มตัวของตัวเอง

แม่ลิลลี่

29 กันยายน 2548 : 10.15 น.


edit @ 2005/09/29 10:17:27